การละเล่นเด็กไทย

Just another WordPress.com site

การละเล่นของเด็กไทย มกราคม 10, 2011

การละเล่นของเด็กไทย

การเล่นกับเด็กเป็นของคู่กันมาตั้งแต่กาลครั้งไหน คงไม่มีใครทราบได้ แต่การเล่นก็เป็นเรื่องที่สืบเนื่องแสดงถึงเอกลักษณ์ของชนชาติหรือท้องถิ่น เป็นเรื่องที่ถ่ายทอดเข้าสู่กระแสชีวิตและตกทอดกันมาตั้งแต่ รุ่นปู่ย่าตายายของปู่ย่าตายายโน่น เอาตั้งแต่เมื่อเราเกิดมาลืมตาดูโลกก็คงจะได้เห็นปลาตะเพียนที่ผู้ใหญ่แขวน ไว้เหนือเปลให้เด็กดู “เล่น” เป็นการบริหารลูกตา แหวกว่ายอยู่ในอากาศแล้ว พอโตขึ้นมาสัก 3-4 เดือน ผู้ใหญ่ก็จะสอนให้เล่น “จับปูดำ ขยำปูนา” “แกว่งแขนอ่อน เดินไว ๆ ลูกร้องไห้ วิ่งไปวิ่งมา” โดยที่จะคิดถึงจุดประสงค์อื่นใดหรือไม่สุดรู้ แต่ผลที่ตามมานั้นเป็นการหัดให้เด็กใช้กล้ามเนื้อมือ กล้ามเนื้อแขนประสานกับสายตา

การละเล่น เป็นการส่งเสริมให้เด็ก ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นกิจกรรมที่แฝงไว้ ด้วยสัญลักษณ์ หากศึกษาการเล่นของเด็กในสังคม เท่ากับได้ศึกษาวัฒนธรรมของสังคมนั้นด้วย การละเล่นของเด็กไทย มีความหลากหลาย เช่น หมากเก็บ ว่าว โพงพาง รีรีข้าวสาร เป็นต้น

 

ความเป็นมาของการละเล่นเด็กไทย

ความเป็นมาของการละเล่นของเด็กไทย


เริ่มมาตั้งแต่หลักฐานการจารึกของ พ่อขุนรามคำแหง ที่พอมีหลักฐานว่า“..ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเลื่อน เลื่อน…”
ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ มีการกล่าวถึงการละเล่นของคนสมัยนั้นว่า
“…เดือนยี่ถึงการพระราชพิธีบุษยาภิเษก เถลิงพระโค กินเลี้ยงเป็นนักขัตฤกษ์ หมู่นางในก็ได้ดูชุดชักว่าวหง่าวฟังสำเนียง เสียงว่าว ร้องเสนาะลั่นฟ้าไปทั้งทิวาราตรี…”
สมัยอยุธยา บทละครกรุงเก่าได้กล่าวถึงการละเล่นบางอย่างที่คุณคงจะคุ้นเคยดีเมื่อสมัยยังเด็ก คือลิงชิงหลักและปลาลงอวน ในบทที่ว่า
“เมื่อนั้น โฉมนวลพระพี่ศรีจุลา ว่าเจ้าโฉมตรูมโนห์รา มาเราจะเล่นกระไรดี เล่นให้สบายคลายทุกข์ เล่นให้สนุกในวันนี้ จะเล่นให้ขันกันสักทีเล่นให้สนุกกันจริงจริง มาเราจะวิ่งลิงชิงเสา ช้างโน้นนะเจ้าเป็นแดนพี่ ช้างนี้เป็นแดนเจ้านี้ เล่นลิงชิงเสาเหมือนกัน ถ้าใครวิ่งเร็วไปข้างหน้า ถ้าใครวิ่งช้าอยู่ข้างหลัง เอาบัวเป็นเสาเข้าชิงกัน ขยิกไล่ผายผันกันไปมาเมื่อนั้น โฉมนวลพระพี่ศรีจุลา บอกเจ้าโฉมตรูมโนห์รา มาเราจะเล่นปลาลงอวน บัวผุดสุดท้องน้องเป็นปลา ลอยล่องท่องมาเจ้าหน้านวลจะขึงมือกันไว้เป็นสายอวน ดักท่าหน้านวลเจ้าล่องมา ออกหน้าที่ใครจับตัวได้ คุมตัวเอาไว้ว่าได้ปลา
เรื่อง “อิเหนา” วรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร์ก็ปรากฏการละเล่นหลายอย่าง เช่น ตะกร้อ จ้องเต ขี่ม้าส่งเมือง ดังว่า

“…บ้างตั้งวงเตะตะกร้อเล่น
เพลาเย็นแดดร่มลมสงัด
ปะเตะโต้คู่กันเป็นสันทัด
บ้างถนัดเข้าเตะเป็นน่าดู
ที่หนุ่มหนุ่มคะนองเล่นจ้องเต
สรวลเสเฮฮาขึ้นขี่คู่
บ้างรำอย่างชวามลายู
เป็นเหล่าเหล่าเล่นอยู่บนคิรี”

หรือในขุนช้างขุนแผนกก็กล่าวถึงการละเล่นไม้หึ่งไว้ว่า
“…เมื่อกลางวันยังเห็นเล่นไม้หึ่ง
กับอ้ายอึ่งอีดูกลูกอีมี
แล้วว่าเจ้าเล่าก็ช่างนั่งมึนมี
ว่าแล้วซิอย่าให้ลงในดิน”

 

ประเภทของการละเล่น

ประเภทของการละเล่น เนื่องจากการละเล่นของไทยเรานั้นมีมากมายจนนึกไม่ถึง (กรมพลศึกษารวบรวมไว้ได้ถึง 1,200 ชนิด) แต่พอจะแบ่งคร่าว ๆ ได้เป็น 2 ประเภท ใหญ่ ๆ คือ การละเล่นกลางแจ้ง และการละเล่นในร่ม และในแต่ละประเภทก็ยังแบ่งย่อยอีกเป็นการละเล่นที่มีบทร้องประกอบ กับที่ไม่มีบทร้องประกอบ

ประเภทกลางแจ้ง

การละเล่นกลางแจ้งที่มีบทร้องประกอบได้แก่ โพงพาง เสือไล่หมู่ อ้ายเข้อ้ายโขง ซ่อนหาหรือโป้งแปะ เอาเถิด มอญซ่อนผ้า รีรีข้าวสาร ที่มีคำโต้ตอบ เช่น งูกันหาง แม่นาคพระโขนง มะล็อกก๊อกแก็ก เขย่งเก็งกอย ที่ไม่มีบทร้องประกอบ ได้แก่ ล้อต๊อก หยอดหลุม บ้อหุ้น ลูกดิ่ง ลูกข่าง ลูกหิน เตยหรือตาล่อง ข้าวหลามตัด วัวกระทิง ลูกช่วง ห่วงยาง เสือข้ามห้วยเคี่ยว เสือข้ามห้วย ตาเขย่ง ยิงหนังสะติ๊ก ปลาหมอ ตกกะทะ ตีลูกล้อ การเล่นว่าว กระโดดเชือกเดี่ยว กระโดดเชือกคู่ กระโดดเชือกหมู่ ร่อนรูป หลุมเมือง ทอดกะทะ หรือหมุนนาฬิกา ขี่ม้าส่งเมือง กาฟักไข่ ตีโป่ง ชักคะเย่อ โปลิศจับขโมย สะบ้า เสือกันวัว ขี่ม้าก้านกล้วย กระดานกระดก วิ่งสามขา วิ่งสวมกระสอบ วิ่งทน ยิงเป็นก้านกล้วย การละเล่นในร่มที่มีบทร้องประกอบ ได้แก่ ขี้ตู่กลางนา ซักส้าว โยกเยก แมงมุม จับปูดำขยำปูนา จีจ่อเจี๊ยบ เด็กเอ๋ยพาย จ้ำจี้

ประเภทกลางแจ้งที่ไม่มีบทร้องประกอบ ได้แก่ ดีดเม็ดมะขามลงหลุม อีขีดอีเขียน อีตัก เสือตกถัง เสือกันวัว หมากกินอิ่ม สีซอ หมากเก็บ หมากตะเกียบ ปั่นแปะ หัวก้อย กำทาย ทายใบสน ตีไก่ เป่ากบ ตีตบแผละ กัดปลา นาฬิกาทางมะพร้าว กงจักร ต่อบ้าน พับกระดาษ ฝนรูป จูงนางเจ้าห้อง การเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่เช่นเล่นเป็นพ่อเป็นแม่ เล่นแต่งงาน เล่นหม้อข้าวหม้อแกง แคะขนมครกเล่นขายของ เล่นเข้าทรง ทายคำปริศนา นอกจากนั้นยังมีทบร้องเล่น เช่น จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกงแกง….และบทล้อเลียน เช่น ผมจุก คลุกน้ำปลา เห็นขี้หมานั่งไหว้กระจ๊องหง่อง เป็นต้น การละเล่นที่เล่นกลางแจ้งหรือในร่มก็ได้ที่ไม่มีบทร้อง ได้แก่ ลิงชิงหลัก ขายแตงโม เก้าอี้ดนตรี แข่งเรือคน ดมดอกไม้ปิดตาตีหม้อ ปิดตาต่อหาง โฮกปี๊บ เป่ายิงฉุบ

 

คุณค่าของการละเล่น

คุณค่าของการละเล่นของเด็กไทย


อันได้จากการออกกำลังทั้งกลางแจ้งและในร่ม เริ่มตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ เล่น “จับปูดำ ขยำปูนา” หรือ “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ” เด็กก็จะได้หัดใช้กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในตัวพร้อมกับทำท่าให้เข้ากับจังหวะ พอโตขึ้นมาหน่อยก็จะชอบเล่นกลางแจ้งกับเด็กคนอื่น ๆ เป็นกลุ่มเล็กบ้างใหญ่บ้าง เช่น ขี่ม้าก้านกล้วย ตาเขย่ง ตีลูกล้อ วิ่งเปี้ยว ขี่ม้าส่งเมือง ตี่จับ เตย ฯลฯ การละเล่นบางอย่างมีบทร้องประกอบทำให้สนุกครึกครื้นเข้าไปอีก อย่าง รีรีข้าวสาร โพงพาง มอญซ่อนผ้า อ้ายเข้อ้ายโขง งูกินหาง นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้วยังได้ฝึกความว่องไว ฝึกความสัมพันธ์ของการเก็งจังหวะแขนเท้า เช่น กาฟักไข่ ได้ฝึกการใช้ทักษะ ทางตาและมือในการเล็งกะระยะ เช่น การเล่นลูกหิน ทอยกอง

ฝึกความสังเกต ไหวพริบ และการใช้เชาวน์ปัญญา จากการละเล่นหลายชนิดที่ต้องชิ่งไหวชิงพริบกันระหว่างการต่อสู้ เช่น การเล่นกาฟักไข่ ผู้ขโมยจะหลอกล่อชิงไหวชิงพริบกับเจ้าของไข่ ซึ่งต้องคอยระวัง คาดคะเนไม่ให้ใครมาขโมยไข่ไปได้ หรือการเล่นแนดบกของทางเหนือ ผู้เล่นจะรู้สึกสนุกกับ การล่อหลอกแนดให้มาแตะ แล้วตัวเองต้องไวพอที่จะวิ่งเข้าวงก่อน การเล่นเตยหรือ ต่อล่อง คนล่องก็จะหลอกล่อให้ผู้กั้นเผลอ เพื่อให้ฝ่ายตนไปได้และผู้กั้นก็ต้องคอยสังเกตให้ดีว่า ใครจะเป็นคนผ่านไป

ฝึกวินัยและการเคารพต่อกติกา การละเล่นทุกอย่างมีกฏในตัวของมันเอง ซึ่งก็มาจากพวกเด็กนั่นเองเป็นคนช่วยกันกำหนดตกลงกันขึ้นมา การเล่นจึงดำเนินไปได้ โดยจะเห็นได้จากก่อนเล่นก็จะมีการจับไม้สั้นไม้ยาว เป่ายิงฉุบ จุ่มจะหลี้ (ของทางเหนือ คล้าย ๆ จ่อจีเจี๊ยบ) หรือ ฉู่ฉี้ (เป่ายิงฉุบของทางภาคใต้ มีปืน น้ำ ก้อนอิฐ แก้ว (น้ำ) หากใครไม่ทำตามกติกาก็จะเข้ากลุ่มเล่นกับเพื่อน ๆ ไม่ได้ เป็นการฝึกการปรับตัวเข้ากับคนอื่นโดยปริยาย

ฝึกความอดทน เช่น ขี่ม้าส่งเมือง ผู้แพ้จะต้องถูกขี่หลังไปไหน ๆ ก็ได้ บางคนตัวเล็กถูกคนตัวใหญ่ขี่ก็ต้องยอม ถ้าไม่ทนก็เล่นกันไม่ได้ หรือเสือข้ามห้วย คนเป็น “ห้วย” ต้องอดทนทำท่าหลายอย่างให้ผู้เป็น “เสือ” ข้าม บางครั้งต้องเป็น “ห้วย” อยู่นาน เพราะไม่มีเสือตัวใดตาย หรือหา “เสือ” ข้ามได้หมด “ห้วย” ก็ถูกลงโทษ ถูก “เสือ” หามไปทิ้งแล้ววิ่งหนี “ห้วย”

ฝึกความสามัคคีในคณะ อย่างเช่น ตี่จับในขณะที่ผู้เล่นของฝ่ายหนึ่งเข้าไป “ตี่” เพื่อให้ถูกตัวผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วจะได้วิ่งกลับฝ่ายของตน โดยไม่ถูกจับเป็นเชลยนั้น ผู้เล่นอีกฝ่ายต้องพร้อมใจกันพยายามจับผู้เข้ามา “ตี่” ไว้อย่าให้หลุดมือ เพราะถ้าหลุดกลับไปฝ่ายของตน ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องกลับไป เป็นเชลยทั้งกลุ่ม หรืออย่างชักคะเย่อ ผู้เล่นของแต่ละฝ่ายต้องพร้อมใจกันออกแรงกันสุดฤทธิ์สุดเดช เพื่อให้เครื่องหมายที่กึ่งกลางของเชือกเข้าไปอยู่ฝ่ายตน

ฝึกความซื่อสัตย์ ผู้เล่นเป็นคนหาต้องผิดตาให้มิดในขณะที่คนอื่น ๆ วิ่งไปซ่อน อย่างคำร้องประกอบการเล่นชนิดนี้ว่า “ปิดตาไม่มิด สารพิษเข้าตา พ่อแม่ทำนา ได้ข้าวเม็ดเดียว” หรือหมากเก็บอีตัก ถ้ามือของผู้เล่นไปแตะถูกก้อนหินหรือเม็ดผลไม้ก็ต้องยอม “ตาย” ให้คนอื่นเล่นต่อ แม้ว่าคนอื่นจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

ฝึกความรับผิดชอบ การปฏิบัติตามกติกาไม่ว่าจะเป็นการเล่นอะไร ถือว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบของผู้เล่น เช่น เล่นหมุนนาฬิกา ผู้เล่นทุกคนต้องจับมือกันให้แน่นแล้วหงายตัว เอาเท้ายันกัน คนยืนสลับต้องจับมือคนหนึ่งให้แน่น ๆ แล้ววิ่งรอบ ๆ เป็นวงกลมเหมือนนาฬิกา ทุกคนจึงต้องรับผิดชอบจับมือหรือยันเท้าให้มั่น จึงจะหมุนได้สนุก

 

อธิบายศัพท์

Filed under: อธิบายศัพท์ — TK_pct @ 2:31 pm

คำศัพท์เกี่ยวกับการละเล่นเด็กไทย

คำอธิบายศัพท์

 

กระจ่า (ดู จ่า)
กระชัง เครื่องมือเลี้ยงหรือขังสัตว์น้ำ มักผูกขนาบข้างด้วยทุ่น มีทั้งรูปกลม เหลี่ยมมีขนาดใหญ่เล็กตามต้องการ
กระชอน กรองกะทิ สิ่งที่ใช้แยกกากมะพร้าว-น้ำกะทิ ลักษณะค่อนข้างโปร่ง และมีไม้พาดขอบภาชนะ
กระด้ง ลักษณะแบนกลม สำหรับร่อน แยกสิ่งของ หรือใช้วางสิ่งของตากแดดตากลม
กระดิ่ง โลหะมีลูกกระทบ ทำให้เกิดเสียง ใช้บอกสัญญาณ ต่าง ๆ
กระต่าย ขูดมะพร้าว ลักษณะคล้ายม้านั่งปลายติดเหล็กหยักแหลมสำหรับครูดเอาเนื้อมะพร้าวออกมาเป็นเส้น ๆ ฝอยเหตุที่เรียกว่ากระต่าย เข้าใจว่าเดิมทำเป็นรูปกระต่าย บางท้องถิ่นทำเป็นรูปแมวหรือจระเข้ เป็นต้น
กระติบข้าว ภาชนะสานลักษณะสูง มีฝาปิด สำหรับใส่ข้าวเหนียวนึ่ง เชือกห้อยสำหรับสะพาย

 

กระบอกเสียบกระจ่า ลำไม้ไผ่ เจาะช่องแขวนติดกับผนังหรือเสาในครัวไฟสำหรับเสียบกระจ่า

 

กระบุง ภาชนะสาน ปากกลม ก้นเหลี่ยม มีความลึกมักใช้ใส่สิ่งของหาบสะพาย
กระบุง เมืองแพร่ กระบุงมีลักษณะป้อมกลม เก็บขอบในตัว

 

กระเป๋ากะเหรี่ยง ภาชนะสาน มีฝาปิด มีเชือกผูก สำหรับสะพายใช้ในหมู่ชาวกะเหรี่ยง

 

กระสวย เครื่องมือสำหรับพุ่งสอดด้าย สอดประสานกับด้ายยืนโดยมีหลอดด้ายอยู่ภายในกระสวย
กระออม ภาชนะจักสาน ทึบ ยาร่องมิดชิด มีหูหิ้ว ใช้ตักน้ำ
กร่ำ การเอากิ่งไผ่สุมกันไว้ให้ดูรก หรือปลูกพืชน้ำต่าง ๆ สุมกันไว้ เพื่อพรางปลาว่าเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ ทิ้งไว้ให้ปลามาชุมนุม กันมากพอแล้วจึงเอาตะแกรงหรือเฝือกรุกไล่จับเอาไว้ใช้จับปลา
กรบ เครื่องมือแทงสัตว์น้ำ รูปร่างคล้ายแหลนสามเส้า
กรอนอ ภาชนะสานด้วยใบมะพร้าว สำหรับใส่หญ้าให้วัวกิน พบใช้แถบหมู่บ้านมุสลิมภาคใต้
กลองแอว กลองหน้าเดียว มีขนาดยาวมาก พบใช้ในพิธีแห่ครัวทานทางภาคเหนือ

 

ก๋วยตีนจ๊าง (ดู สลากเล้า)
ก่องข้าว ภาชนะสาน กษณะแบนกลมรี มีฝาปิด สำหรับใช่ข้าวเหนียวนึ่ง พบใช้ทางภาคเหนือกล่องใส่เมล็ดพันธุ์พืช ภาชนะเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืช มีฝาปิดอย่างมิดชิด
กะโบม ภาชนะไม้ คล้ายถาดขนาดใหญ่ สำหรับผึ่งข้าวเหนียวที่นึ่งสุกร้อน ๆ ให้คลายไอร้อนออก ก่อนบรรจุในภาชนะ พบใช้ทางภาคอีสาน
และภาคเหนือซึ่งเรียกกัวะข้าว
กะพ้อม ( ดู พ้อม)
กะเหล็บ ภาชนะสาน มีฝาปิด สำหรับใส่เสื้อผ้า พบใช้ในพิธีแต่งงานของชาวโซ่ง
กุ๊บ หมวก รูปกลม ปีกกว้างรูปวงหลม ยอดแหลม มีรังหมวก พบใช้ทางภาคเหนือ
เก็บเกี่ยว การ ใช้เคียวเกี่ยวข้าว เมื่อข้าวสุกเหลืองอร่ามทั้งทุ่ง
เกราะ เครื่องตีกระทบ ทำจากลำไผ่กลวง มีลูกเสียงกระทบอยู่ภายใน แขวนไว้ที่คอสัตว์เลี้ยง
เกวียน พาหนะทำด้วยไม้ ลากจูงด้วยวัวควาย เป็นพาหนะในสมัยที่ยังไม่มีรถยนต์ใช้
เกวียนควาย เกวียนขนาดใหญ่ พบใช้ทางภาคตะวันออกของประเทศแถบชลบุรี ปราจีนบุรี เป็นต้น
เกวียนวัว เกวียนขนาดย่อมกว่าเกวียนควาย พบใช้ทั่วไป แทบทุกท้องถิ่นของประเทศ
แกะ เครื่องมือเกี่ยวข้าว มีลักษณะการเก็บคล้ายเด็ดข้าวทีละรวงมิใช่จับรวมเป็นกำ (แบบที่ใช้กับเคียวทั่วไป) ใช้ทางภาคใต้ และพบว่าชาวเขา ทางเหนือใช้เช่นกัน
กี่ทอผ้า เครื่องใช้ในการทอผ้า มีส่วนประกอบมากมาย มักพบวางตามใต้ถุนเรือน เพราะเป็นภารกิจสำคัญของผู้หญิงในชนบท
ขลุ่ย เครื่องดนตรีชนิดเป่า โดยใช้นิ้ว 2 มือ กัก-ปลอย เสียงตามรูซึ่งเจาะอยู่ที่ตัวขลุ่ย
ขอฉาย เครื่องมือเกี่ยวหรือพันเส้นฟางออกจากกองข้าวในลานนวด
ข้อง เครื่องมือขังปลาหรือสัตว์น้ำเล็ก ๆ มักผูกติดเอวหรือสะพายเวลาหาปลา
ขันกะหย่อง ภาชนะคล้ายกระจาดแต่มีเชิงสูง สำหรับใส่ดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระ พบใช้แถบอีสาน
ขันหมากเบ็ง (ดู ขันกะหย่อง) เหตุที่เรียกขันหมากเบ็ง เข้าใจว่าเพี้ยนมาจากขันหมากเบ็ญจ์ หรือขันเครื่องห้า หรือขันห้า อันประกอบด้วย หมาก พลู ดอกไม้ ธูป เทียน
ข้าวตั้งรวง ลักษณะที่ต้นข้าวสุกเหลืองอร่าม รอการเก็บเกี่ยว
ข้าวเบา ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน เป็นข้าวที่เห็นผลได้เร็ว
ข้าวหนัก ข้าวที่ต้องรอเก็บเกี่ยวได้ในระยะยาวนานกว่าจะเก็บเกี่ยวได้
ครกตำข้าว เครื่องมือขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นหลุม ขุดจากไม้ทั้งต้น สำหรับตำข้าวเปลือกแยกออกจากข้าวสารโดยใช้ไม้ตีหรือสากขนาดใหญ่
มักพบตามใต้ถุนเรือน ครัวไฟ บริเวณหนึ่งของครัวเรือน สำหรับใช้ประกอบอาหาร มักกรุฝาโปร่งเพื่อให้ควันไฟจากเตาถ่ายเทได้สะดวก
คราด เครื่องมือซุยดิน ก่อนหว่านพืช มักใช้กับการทำนา
ควายนอก-ควายใน ควายที่เทียมคู่กันด้านนอกและด้านใน ซึ่งหากมีการสับเปลี่ยนตำแหน่งการเทียมโดยเอาควายตัวนอกไปไว้ที่ตำแหน่งควายตัวใน
จะทำให้เกิดความวุ่นวาย และควายอาจไม่เดินตามปกติก็ได้ เนื่องจากถูกฝึกมาให้เดินรอบนอก
ควายเหล็ก ชื่อเรียกรถไถเหล็ก ทำหน้าที่แทนควายหรือวัว แต่ให้ผลิตผลได้รวดเร็วกว่า
คันฉาย (ดูขอฉาย)
คันไถ ส่วนประกอบส่วนหนึ่งของไถ อันเป็นเครื่องมือทำนาชนิดหนึ่ง ส่วนประกอบอื่น มีอาทิ หางยาม หัวหมู่ ผาล เป็นต้น
คุตีข้าว เครื่อง มือแยกเมล็ดข้าวเปลือกออกจากรวง โดยใช้การจับรวงข้าวฟาดที่คุ ซึ่งมีขนาดใหญ่และเมล็ดข้าวจะตกลงไปในคุโดยปริยายเป็นลักษณะการตีข้าวที่ เคลื่อนย้ายเครื่องมือไปตามที่ต่าง ๆ ได้
เคียว เครื่องมือตัดรวงข้าวออกจากต้นข้าว เมื่อข้าวสุกเหลืองแล้ว มีขนาดเล็กใหญ่ตามท้องถิ่น
เคียวเขมร เคียวชนิดหนึ่งซึ่งใช้ในหมู่ชาวไทยเชื้อสายเขมร มีด้ามยาว อ่อนโค้ง เครื่องมือกักขังปลา สำหรับเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำให้มีชีวิต ก่อนนำไปประกอบอาหารหรือขาย
เครื่องมือจับปลาซึ่งจับได้ทันที เครื่องมือจับปลาที่ไม่ต้องรอเวลา แต่จะจับได้ทันที เช่น สุ่ม ตะแกรง
เครื่องมือจับปลาซึ่งต้องรอคอย เครื่องมือจับปลาที่ต้องวางเครื่องมือดักไว้ เช่น ลอบ อีจู้ เป็นต้น
เครื่องหีบอ้อย เครื่องมือรีดน้ำออกจากลำอ้อย ทำด้วยไม้โดยอาศัยอาการขบของฟันเฟื่อง
เครื่องอัดผ้า เครื่องมือทำให้ผ้าเรียบโดยพับผ้าให้เรียบ ใช้น้ำหนักเหล็กกดทับทิ้งไว้
แคร่อยู่ไฟ เตียงพักของผู้หญิงหลังคลอด โดยวางกระบะไฟไว้ข้างใต้ ใช้หลักว่าให้ความร้อนย่างมดลูกให้แห้ง
งาแซง เครื่องมือสำหรับปิดปากเครื่องจับปลาหรือกักปลาก มีลักษณะคล้ายคล้ายกรวย เป็นต้น
จวัก (ดู จ่า)
จ่า เครื่องมือตักอาหาร มักทำจากกะลามะพร้าว มีด้ามยาว
จับปลา การ วิถีการดำเนินชีวิตที่สำคัญของคนไทยตามชนบท
ช่องน้ำไหล เป็นที่ที่ปลาหรือสัตว์น้ำไหลมา มักพบเครื่องมือจับปลาวางตามช่องทางน้ำไหลนี้
ชุด เครื่องมือดักปลา ดักด้วยหวาย ลักษณะเป็นถุงขนาดลำตัวปลา โดยสังเกตวิสัยปลาที่จะไม่ถอย หลังและสร้างชุดให้มีขนาดใหญ่กว่าตัวปลาเล็กน้อย
เชี่ยนหมาก ภาชนะบรรจุเครื่องกินหมาก อันประกอบด้วยหมากพลู ปูนแดง ยาฉุน ยาจืด ขี้ผึ้ง สีเสียด เป็นต้น
ซ่อน เครื่องมือดักปลา ลักษณะและวิธีใช้คล้ายกับชุด คือขุดทางน้ำไหลแล้ววางเครื่องมือที่ปากช่องนั้น
ไซ เครื่องมือดักปลา รูปร่างยาว ที่คอมีช่องดักปลาปิดด้วยงาแซง
ด้วงดักหน เครื่องมือดักสัตว์บก เช่น หนู แย้
ตะเกียง เครื่องใช้ที่ให้แสงสว่าง อาจวางตั้งหรือแขวนอยู่กับที่หรือถือหิ้วไป มีหลายลักษณะ เช่น ตะเกียงรั้ว
ตะแกรง เครื่องมือจับปลาตามหนอง บึง มีความลึกมาก พบใช้ทางภาคอีสาน
ตะแกรงดักปลาไหล เครื่องมือดักปลาไหล โดยใช้กร่ำเป็นพาหนะ
ตะแกรงเลี้ยงไหม ตะแกรงตื้นขนาดใหญ่ มีช่องโปร่งกั้นแบ่งไปตามพื้นที่วงกลม สำหรับเลี้ยงตัวดักแด้
ตะข้อง (ดู ข้อง)
ตะคัน เครื่องมือให้แสงสว่าง ลักษณะเป็นจานก้นลึก ใส่น้ำมันแล้วเอาด้ายจุ่มในน้ำมันให้ปลายข้างหนึ่งพาดขอบปากจาน สำหรับจุดไฟ
ตะหวัก (ดู จ่า)
ติหมา (ดู หมา)
ตุ้ม เครื่องมือดักปลา โดยวางเหยื่อล่อไว้ภายใน มีขนาดใหญ่ เล็ก ตามสภาพน้ำลึก ตื้น
ตุ้มลาน เครื่องมือดักปลา วางติดพื้นท้องน้ำ เหมาะกับร้ำนิ่งที่ค่อนข้างรก
เตา การสุมพืชผักที่มีรากยาว ๆ ให้หนาใหนหนองน้ำ แล้วปักไม้ยึกไว้มิให้ลอยเพื่อพรางให้ปลาเข้ามาอาศัยแล้วจึงใช้ตะแกรงจับ
เตาเชิงกราน เตาชนิดหนึ่ง มีภาชนะคล้ายถาดติดตัวเตา ยื่นออกมาสำหรับวางฟืน
เตาสามเส้า เตาในยุคเริ่มแรก เป็นความคิดง่ายๆ โดยนำหิน 3 ก้อนวางห่างกันพอเหมาะบนกระบะดินอัดแน่น
เตาอั้งโล่ เตาของชาวจีน ที่พัฒนาขึ้น มีรังผึ้ง และมีช่องระบายอากาศ
ตีขลุบ ปรับพื้นที่นาดำให้ราบเสมอกัน เพื่อสะดวกแก่การปักดำ โดยใช้ลูกกลิ้งหรือลูกขลุบ
ตีเหล็ก การแปรรูปโลหะสำคัญเป็นรูปต่าง ๆ ตามลักษณะใช้สอย เช่น เป็นมีด เป็นล้อเกวียน จัดเป็นวิทยาการสำคัญช่วงหนึ่งของสังคมมนุษย์ ที่ทำให้เครื่องใช้มีความคงทนแข็งแรงมากกว่าสร้างจากไม้เนื้อแข็งหรือไม้ไผ่ และแสดงให้เห็นถึงการคิดต่อกับสังคมห่างไกลออกไป เนื่องจากแหล่งแร่ เหล็กมิได้มีกระจายอยู่ทั่วไป
ถัง ภาชนะทำจากไม้เนื้อแข็ง รัดช่วงตัวด้วยโลหะเส้นแบน ใช้สำหรับตวงข้าวเป็นมาตรวัดโบราณ
ไถกลบ ไถโดยให้ดินกลบทับบนเมล็ดพันธ์ข้าวที่หว่างลงไป หลังจากไถแปรแล้ว
ไถดะ ไถลุยไปเป็นทางยาวตามแนวคันนา เป็นการไถเอาวัชพืชหรือพลิกหน้าดิน
ไถแปร ไถขวางแนวรอยไถดะ เป็นการซุยดินหรือพลิกกน้าดินให้ถ้วนทั่วขึ้น
ทอผ้า กิจกรรมสำคัญของผู้หญิงในสังคมที่มีการพึ่งพาตนเอง เพราะผ้าจัดเป็นปัจจัยสี่ของมนุษย์
ทาด-ทูน สัญญาณเสียงจากผู้บังคับวัวหรือควายให้เลี้ยว พร้อมกระตุกเชือกที่ร้อยจมูกโยงมาผูกกับปลายง้อนของคันไถ เสียง “ทาด” หมายถึงการเลี้ยวซ้าย ส่วน “ทูน” คือการเลี้ยวขวา
ที่ตักขนมจีน ภาชนะสานคล้ายจ่า สำหรับช้อนเส้นขนมจีนที่ต้มสุกแล้วขึ้นมาจับ
นาดข้าว การแยกเมล็ดข้าวเปลือกออกจากรวง โดยใช้การย่ำนวดของวัวที่ผูกเป็นพวงการ
นาดำ การทำนาในพื้นที่ที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ต้องเพาะกล้าไว้ต่างหากแล้วจึงปักดำ เป็นแถวๆ ลงบนผืนนาที่ขังน้ำไว้แล้ว ต้นข้าวของนาดำจึงปักเรียงเป็นระเบียบกว่านาหว่าน
น้ำหว่าน การทำนาในพื้นที่แล้งน้ำ โดยใช้อาการหว่านเมล็ดข้าวเปลือก ข้าวนาหว่านจึงงอกอย่างไม่เป็นระเบียบสม่ำเสมอเหมือนข้าวนาดำ
น้ำเต้า ไม้ผลชนิดหนึ่ง นำมาคว้านเอาเนื้อในออกให้หมด ตากให้แห้ง รูปทรงของภาชนะเหมาะกับการบรรจุน้ำ และคอคอดก็เหมาะกับการเก็บรักษาน้ำ
ไน เครื่องมือปั่นด้าย มิให้พันกันยุ่ง
ปี่กาน้า เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งใช้เป่า ปากบาน มีรูเก็บกักเสียง
เปีย เครื่องมือพันเส้นด้ายมิให้ยุ่ง โดยใช้เป็นแกนพัน ก่อนนำมาจับเป็นเข็ด
แปลงเพาะกล้า พื้นที่นาซึ่งมักอยู่ไม่ไกลบ้าน และมีขนาดไม่ใหญ่นัก สำหรับเป็นแปลงเพาะต้นข้าวให้เจริญงอกงาม เพื่อนำไปปักดำในผืนนาใหญ่ต่อไป แปลงเพาะกล้านี้ต้องดูแลรักษาและทะนุถนอมอย่างดี
โปงลาง เครื่องดนตรีประเภทตี ทางภาคอีสาน ลักษณะเป็นท่อนไม้ วางเรียงกันขึ้นไปผู้ตีจะนั่งตีไล่ลูกเสียงขึ้นลง มีลาย (ทำนอง) ต่าง ๆ
ผาล เครื่องมือเหล็ก สำหรับเจาะพลิกหน้าดินโดยติดกับหัวหมูของคันไถ
ฝักมีด เครื่องจักสาน สำหรับเก็บมีดยาว เพื่อป้องกันอันตรายจากคมมีด หรือสะดวกต่อการเหน็บติดตัวหรือสะพายกับตัว เมื่อต้องออกนอกบ้าน
ฝาสำหรวด ฝาเรือนที่มีลักษณะโปร่ง เป็นลักษณะฝาขัดแตะที่ใช้ลำไผ่เป็นส่วนมากมักกรุฝาสำหรวดตรงบริเวณที่เป็นครัวไฟ เพื่อให้ควันไฟ ระบายออกได้สะดวก
เฝือก เครื่องมือกั้นปลา สานด้วยไผ่ ลักษณะเป็นแผง โดยวางขวางลำน้ำ หรืออาจใช้ล้อมรุกสัตว์น้ำเป็นช่วง ๆ ไป เพื่อสะดวกแก่การจับ แต่โดยมากมักใช้กับลอบต่าง ๆ คือวางขวางลำน้ำเป็นปีก กั้นสัตว์น้ำให้เข้าสู่ลอบง่ายเข้า
พลั่วสาดข้าว เครื่องมือตักข้าวเปลือก ลักษณะคล้ายช้อน แต่มีขนาดใหญ่และด้ามยาว
พลาสติก วัสดุสังเคราะห์ที่เข้ามามีบทบาทแทนวัสดุจากธรรมชาติมากขึ้น จนทำให้เกิดมลภาวะ เพราะพลาสติกเสื่อมสลายได้ยากกว่าวัตถุทางธรรมชาติ
พวงสาว ใช้สาวเส้นไหมขึ้นจากรังดักแด้ที่ต้มในหม้อ โดยตัวล่างของพวงสาวจะจับกันของปากหม้อ
พ้อม ภาชนะสาน ยาช่องด้วยขี้วัว สำหรับเก็บรักษาเมล็ดข้าวเปลือก
ไม้คาน ไม้ยาวสำหรับสอดหูกระบุง ตะกร้า หรือสาแหรก แล้ววางบนบ่า หาบไปตามที่ต่าง ๆ
ไม้รองตีข้าว ไม้เนื้อแข็งสำหรับรองรับการฟาดรวงข้าว แยกเมล็ดข้าวเปลือกออกจากต้นข้าว
ไม้หนีบข้าว ไม้ 2 ท่อน ผูกปลายด้วยเชือกหนัง สำหรับจับยึดฟ่อนรวงข้าวให้แน่น สะดวกแก่การจับฟาด
ระหัดวิดน้ำ เครื่องมือวิดน้ำเข้านา หรือวิดออกจากนาหรือหนองน้ำ เพื่อสะดวกแก่การหาปลา
เรือนเครื่องผูก เรือนชั่วคราวหรือเรือนของผู้มีฐานะไม่ร่ำรวย ใช้หวายผูกมัดยึดส่วนต่าง ๆ ของเรือน จึงเรียกเรือนเครื่องผูก
เรือนเครื่องสับ เรือนถาวร เข้าของมักมีฐานะดี เป็นเรือนไม้เนื้อแข็ง ยึดติดกันได้จากการตอกลิ่มหรือ ทำตะปูไม้
ลอบ เครื่องมือดักปลา ภายในลอบมีงาแซง 2 ชั้น คือส่วนกลางและส่วนหัว มักใช้ประกอบ กับเฝือก
ลันดักปลาไหล เครื่องมือทำจากกระบอกไม้ สำหรับวางนอนกับพื้นดินรก ๆ หรือพื้นน้ำมีเหยื่อล่ออยู่ภายใน ดักได้ปลาไหล
ลานบ้าน บริเวณที่ว่างรอบ ๆบ้าน ซึ่งมักใช้เป็นที่ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ประจำวัน เช่น ทอผ้า จักสาน ตำข้าว เป็นต้น
ลือซง ครกตำข้าวของชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้
สมุก ภาชนะสำหรับใส่ของ มีฝาปิด มีขนาดเล็กใหญ่
สลากเล้า กระเป๋าสาน สำหรับใส่เสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้ มีฝาปิด มีหู พบใช้ทางภาคเหนือ
สาบ เครื่องมือดักปลาที่ปากมีงาแซง เรียกสาบ เพราะวัสดุที่นำมาสานเป็นต้นสาบ
สาบ ต้นพืช มีขนาดเท่าไม้ไผ่ ไม่มีปล้อง พบมากแถบเชิงเขาพนมดงรัก และเขาพนมรุ้งมีความงามและทนทานไม่แพ้ต้นไผ่
สีข้าว เครื่องแยกเมล็ดข้าสารออกจากเปลือก โดยใช้หลักการขบของฟันเฟือง ทำให้เปลือกหุ้มแตกออก
สุ่มปลา เครื่องมือจับปลา ปากล่างกว้าง สำหรับครอบหรือสุ่มปลา ปากบนเป็นวงกลมขนาดย่อม สำหรับเอามือล้วงลงไปหยิบปลา ซึ่งหากปลาติดสุ่มจะว่ายเสียงดังกุกกักอยู่ภายในสุ่มทำให้รู้ว่าปลาติด
เสาเกียด หรือหลักเกียด ปักกลางลานนวดข้าวใช้ผูกวัวพวง ย่ำนวดข้าวในลาน มักตกแต่งเสาเกียดอย่างสวยงามด้วยรวงข้าว
หมาหรือติหมา เป็นภาษาท้องถิ่นแถบชายแดนภาคใต้ หมายถึงภาชนะตักน้ำ ทำจากวัสดุในท้องถิ่น เช่น ใบจาก ใบหลาวโอน เป็นต้น
หินบด เครื่องบดให้ละเอียด ส่วนมากใช้บดเครื่องสมุนไพร เครื่องเทศ โดยใช้อาการเบียดบดของหินจากแรงมือ
อิ้ว เครื่องมือแยกฝ้ายออกจากเมล็ด
อีจู้ เครื่อมือดักปลา โดยใส่เหยื่อล่อไว้ภายใน
อีเป็ด (ดูข้องเป็ด)
แอก-อ้อม เครื่องมือเทียมวัวหรือควาย เป็นไม้วางขวางคอวัว
แอบข้าว ภาชนะสานสำหรับเก็บข้าวเหนียวนึ่ง มีลักษณะแบนรี มีฝาครอบ ตัวฝาสูงเท่าตัวภาชนะ
 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.